กงสุลใหญ่จีนพบปะสื่อมวลชนภาคเหนือ แถลงผลงาน 5 เดือน ย้ำพร้อมก้าวสู่ “50 ปีทองใหม่” แห่งมิตรภาพ

46 Views

(19 พฤษภาคม 2569) – ณ โรงแรมแมริออท โฮเทล อำเภอเมืองเชียงใหม่ นายเฉิน ไห่ผิง กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมคณะกงสุล ได้จัดกิจกรรมพบปะสื่อมวลชนภาคเหนือ เพื่อแถลงผลการดำเนินงานด้านความร่วมมือ และการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ไทย-จีน ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา

นายเฉิน ไห่ผิง กงสุลใหญ่จีนฯ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ของไทยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ผ่านการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนและสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่ รวมถึงกิจกรรมเทศกาลเล่นว่าวที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับเมืองเหวยฟาง (เมืองหลวงแห่งว่าวโลกของจีน) ถือเป็นกลไกเมืองพี่เมืองน้อง (Sister Cities) ที่ช่วยเชื่อมโยงวัฒนธรรมและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม

สะพานแห่งมิตรภาพอันยั่งยืน
โอกาสนี้ กงสุลใหญ่จีนฯ ได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นครั้งที่ 57 ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยือนเมืองต่างๆ ของจีนอย่างต่อเนื่อง สายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นนี้เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมมิตรภาพและใจของประชาชนทั้งสองประเทศเข้าด้วยกันอย่างราบรื่นและอบอุ่น

นอกจากนี้ ในระดับรัฐบาล นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยได้เข้าพบและหารือกับ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้บรรลุฉันทามติสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ ร่วมมือกันส่งเสริมพลังงานใหม่ การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ตลอดจนการปราบปราบอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเกื้อหนุนต่อการพัฒนาของทั้งสองประเทศ

การเดินหน้า “ล้านช้าง-แม่โขง 2.0” มุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว
สำหรับกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (MLC) มีความคืบหน้าอย่างเด่นชัดในทุกมิติ ปัจจุบันมูลค่าการลงทุนและร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับอีก 5 ประเทศลุ่มน้ำโขง มีมูลค่ารวมกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ประชาชนในภูมิภาคมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยประเทศไทยกำลังดำเนินโครงการภายใต้กองทุนพิเศษนี้มากกว่า 100 โครงการ ซึ่งจีนพร้อมเดินหน้ายกระดับความร่วมมือสู่ยุค “ล้านช้าง-แม่โขง 2.0” เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน

Mirror Panoramic Photo. Automobile production line. Welding car body. Modern car assembly plant.

ในส่วนของการพัฒนาภายในประเทศจีน นายเฉิน ไห่ผิง กล่าวว่า จีนประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการสิ้นสุดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ในปีที่ผ่านมา และปี 2569 นี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ “แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15” โดยตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนเติบโตอย่างมั่นคง มีการปรับนโยบายและภูมิยุทธศาสตร์ให้สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจโลกในทุกมิติ โดยเฉพาะการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมขั้นสูง อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พลังงานสะอาด เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ และวิทยาการหุ่นยนต์

ปัจจุบัน ตลาดจีนได้เปิดกว้างเพื่อแบ่งปันโอกาสและการพัฒนาร่วมกับนานาประเทศผ่านการจัดงานมหกรรมแสดงสินค้านานาชาติ (Expo) ส่งผลให้จีนเป็นคู่ค้าหลักกับกว่า 160 ประเทศทั่วโลก ขณะเดียวกัน ในด้านความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ผู้นำของทั้งสองประเทศได้มีฉันทามติสำคัญในการบริหารจัดการความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ เพื่อมุ่งเน้นการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและเสถียรภาพระดับโลก

ก้าวสู่ “50 ปีทองใหม่” แห่งความสัมพันธ์ไทย-จีน
กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวสรุปว่า ปีนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการนำความสัมพันธ์ไทย-จีน ก้าวเข้าสู่ “50 ปีทองใหม่แห่งมิตรภาพ” จีนพร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือกับไทยอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งด้านการค้า การลงทุน นวัตกรรมเทคโนโลยี พลังงานสีเขียว และเศรษฐกิจดิจิทัล รวมทั้งการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน เพื่อสร้าง “ประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน” อันจะนำมาซึ่งสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองที่ยั่งยืนต่อทั้งสองประเทศและภูมิภาคสืบไป