บทความ : ก้าวไปสู่เส้นทางแห่งความเจริญรุ่งเรืองและความทันสมัยภายใต้แนวคิดการพัฒนาใหม่

23 Views

ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนแตะระดับ 69.6 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ๆ ของจีนยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการเติบโตมากที่สุดในรอบเกือบ 5 ปี บนพื้นฐานขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่โตอยู่แล้ว ในสภาพแวดล้อมโลกที่ซับซ้อนและผันผวน เหตุใดจีนจึงสามารถรักษาการพัฒนาที่มั่นคงมาได้ยาวนาน และเหตุใดเส้นทางสู่ความทันสมัยของจีนจึงยังคงแสดงให้เห็นถึงความมีชีวิตชีวาอย่างต่อเนื่อง? แนวคิดการพัฒนาใหม่ที่เน้นนวัตกรรม ความสมดุล การพัฒนาสีเขียว การเปิดกว้าง และการแบ่งปัน ซึ่งเสนอโดยเลขาธิการใหญ่ สี จิ้นผิง เป็นแนวคิดการพัฒนาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์และเป็นการกำหนดแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของจีนสู่ความอย่างยั่งยืนและมีคุณภาพสูง

นวัตกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนหลักสำหรับการพัฒนา เมื่อเผชิญกับการปฏิวัติทางเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมรอบใหม่ จีนกำลังดำเนินการตามยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างแน่วแน่ ส่งเสริมการบูรณาการอย่างลึกซึ้งของนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ากับอุตสาหกรรม และเร่งสร้างความพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีระดับสูง จีนครองอันดับหนึ่งของโลกในการยื่นขอสิทธิบัตรระหว่างประเทศตามกฎหมายและทรัพย์สินทางปัญญา (Patent Cooperation Treaty) ติดต่อกันหกปี โดยมีสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ภายในประเทศที่ถูกต้องกว่า 5.32 ล้านรายการ ปัญญาประดิษฐ์ของจีนมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด นำหน้าโลกในด้านจำนวนการเผยแพร่โมเดลขนาดใหญ่และการถือครองสิทธิบัตร AI คิดเป็น 60% ของสิทธิบัตรทั่วโลก ในปี 2025 โมเดลโอเพนซอร์สที่พัฒนาขึ้นในประเทศคิดเป็น 17.1% ของการดาวน์โหลดทั่วโลก และโมเดลขนาดใหญ่ที่พัฒนาในประเทศติดอันดับสูงสุดในการจัดอันดับการใช้งานรายสัปดาห์บนแพลตฟอร์มระหว่างประเทศสองครั้งในปีนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม ภายในสิ้นปี 2025 จะมีบริษัทด้าน AI มากกว่า 6,000 แห่งทั่วประเทศ มีผู้ใช้ AI เชิงสร้างสรรค์มากกว่า 600 ล้านคน และขนาดอุตสาหกรรมหลักจะเกิน 1.2 ล้านล้านหยวน โดยนวัตกรรมทางเทคโนโลยีจะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ความสมดุลเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาประเทศสู่ความทันสมัยแบบจีน จีนยึดมั่นในแนวทางที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา โดยแก้ไขความไม่สมดุลระหว่างการพัฒนาเมืองและชนบทอย่างครอบคลุม การพัฒนาเมืองได้สร้างปาฏิหาริย์ โดยดำเนินการขยายตัวของเมืองที่ใหญ่ที่สุดและเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์โดยใช้เวลาเพียงครึ่งหนึ่งของประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยโครงสร้างพื้นฐานในเมืองและการบริหารจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นผู้นำของโลก การฟื้นฟูความเจริญในชนบทมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดย “เพิ่มผลผลิตธัญพืชด้วยเทคโนโลยี” เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลิตธัญพืช ในปี 2025 ผลผลิตธัญพืชเกิน 700 ล้านตัน ติดต่อกันสองปี โดยมีส่วนแบ่งต่อหัวเกิน 500 กิโลกรัม ทำให้เกิดความมั่นคงทางอาหารอย่างแท้จริง ชีวิตของเกษตรกรดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีเครือข่าย 5G ครอบคลุมมากกว่า 95% ในหมู่บ้าน และการเข้าถึงน้ำประปาในชนบทสูงถึง 96% ในปี 2025 รายได้สุทธิต่อหัวของเกษตรกรเกิน 24,000 หยวน เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของ GDP ของประเทศ

การพัฒนาสีเขียวเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืน จีนกำลังส่งเสริมการลดคาร์บอน การลดมลพิษ การปลูกป่า และการเติบโตอย่างครอบคลุม เสริมสร้างการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศอย่างรอบด้าน และพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างแข็งขัน ตั้งแต่ปี 2012 จีนได้ปลูกป่าไปแล้วกว่า458 ล้านไร่ (ประมาณ 73.3 ล้านเฮกตาร์) ครองอันดับหนึ่งของโลกในแง่ของพื้นที่ป่าปลูก และมีส่วนร่วมในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวใหม่ของโลกถึงหนึ่งในสี่ จีนมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะปฏิบัติตามพันธสัญญา “เป้าหมายคาร์บอนสองประการ” โดยลดความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซคาร์บอนลงกว่า 34% ตั้งแต่ปี 2013 ถึง 2023 และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยของ GDP ลง 5% ต่อปีภายในปี 2025 อุตสาหกรรมสีเขียวมีความก้าวหน้าอย่างมาก โดยกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนรวมจะสูงถึง 2.34 พันล้านกิโลวัตต์ภายในปี 2025 และเกือบ 4 ใน 10 กิโลวัตต์ชั่วโมงของไฟฟ้าที่ใช้ทั่วประเทศเป็นไฟฟ้าสีเขียว ยานยนต์พลังงานใหม่ แบตเตอรี่ลิเธียม และแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งเป็น “สามเสาหลักใหม่” กำลังเป็นผู้นำของโลก การผลิตและการขายยานยนต์พลังงานใหม่ครองอันดับหนึ่งของโลกติดต่อกัน 11 ปี ส่วนแบ่งการตลาดระหว่างประเทศของแบตเตอรี่ลิเธียมเกิน 70% และการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ครองอันดับหนึ่งของโลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าสีเขียวทั่วโลกได้อย่างมาก

ความเปิดกว้างเป็นหนทางเดียวสู่ความเจริญรุ่งเรืองของชาติ จีนได้ดำเนินยุทธศาสตร์การเปิดประเทศที่เอื้อประโยชน์ร่วมกันมาโดยตลอด ขยายการเปิดประเทศอย่างอิสระและความร่วมมือแบบสองทางอย่างต่อเนื่อง และสร้างเศรษฐกิจแบบเปิดกว้างในระดับสูง จีนเป็นประเทศเดียวที่จัดงานแสดงสินค้านำเข้าระดับนานาชาติ และเป็นคู่ค้าสำคัญของกว่า 150 ประเทศและภูมิภาค ปริมาณการค้าสินค้าของจีนครองอันดับหนึ่งของโลกติดต่อกัน 9 ปี โดยการส่งออกและนำเข้าคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 14% และ 10% ของปริมาณการค้าสินค้าทั่วโลกตามลำดับ ทำให้จีนเป็นเสาหลักสำคัญของห่วงโซ่อุปทานโลก อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซกำลังเฟื่องฟู โดยจีนครองตำแหน่งตลาดค้าปลีกออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกติดต่อกัน 13 ปี และการนำเข้าและส่งออกอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจะแตะระดับ 2.75 ล้านล้านหยวนภายในปี 2025 จีนที่เปิดกว้างกำลังค่อยๆ กลายเป็นเสาหลักของวัฏจักรเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยสินค้าจีนเป็นประโยชน์ต่อผู้คนทั่วโลก และอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซกระตุ้นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก

การแบ่งปันเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงจุดแข็งของระบบสังคมนิยมอย่างชัดเจน ด้วยการยึดมั่นในแนวคิดการพัฒนาที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง จีนจึงเสริมสร้างหลักประกันด้านการดำรงชีวิตอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันอย่างมั่นคง และรับประกันว่าผลประโยชน์จากการพัฒนาจะเกิดแก่ประชาชนทุกคนอย่างกว้างขวางและเท่าเทียมกัน จีนบรรลุเป้าหมายการลดความยากจนตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2030 ของสหประชาชาติได้ก่อนกำหนดถึง 10 ปี ซึ่งถือเป็นการมีส่วนร่วมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการลดความยากจนทั่วโลก โครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมทั้งในเขตเมืองและชนบทได้รับการดำเนินการอย่างสมบูรณ์ โดยมีพื้นที่น้ำประปาเข้าถึงได้ถึง 80.3% ของประเทศ เทคโนโลยีการส่งกระแสไฟฟ้าแรงสูงพิเศษได้รับการนำมาใช้อย่างกว้างขวาง และราคาค่าไฟฟ้าในครัวเรือนอยู่ในระดับต่ำที่สุดในโลก การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อประโยชน์ของประชาชนอยู่แนวหน้าของโลก จีนได้สร้างระบบการศึกษา การประกันสังคม และการดูแลสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งช่วยยกระดับความรู้สึกที่ได้ประโยชน์ที่จับต้องได้ ความสุข และความมั่นคงของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

แนวคิดการพัฒนาใหม่เป็นแนวคิดและความเข้าใจใหม่ที่สะท้อนแนวโน้มของการพัฒนาการของโลก โดยเกิดขึ้นจากพื้นฐานของการสรุปประสบการณ์และบทเรียนด้านการพัฒนาทั้งในและต่างประเทศ และการวิเคราะห์แนวโน้มการพัฒนาทั้งในและต่างประเทศอย่างลึกซึ้ง แนวคิดนี้ไม่เพียงแต่ชี้นำเศรษฐกิจของจีนเท่านั้น แต่ยังให้ภูมิปัญญาและแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลกด้วย เมื่อเดือนที่แล้ว นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูลได้เยือนจีนอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของรัฐบาลจีน ผู้นำของทั้งสองประเทศได้หารืออย่างลึกซึ้ง ลงนามในแถลงการณ์ร่วม และบรรลุข้อตกลงความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมหลายประการ จีนยินดีที่จะแลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาและแบ่งปันประสบการณ์ด้านการปกครองกับไทยอย่างต่อเนื่อง กระชับความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน สร้างแรงผลักดันใหม่สำหรับการพัฒนาคุณภาพสูงร่วมกัน แบ่งปันโอกาสใหม่สำหรับการพัฒนาให้ทันสมัยในแบบจีน เสริมสร้างรากฐานอันลึกซึ้งของ “จีน ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” อย่างต่อเนื่อง และผลักดันการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกันให้เกิดผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

บทความ
นายเฉิน ไห่ผิง
กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่.